Muslim Today - ราชดำเนินนองเลือด ปฏิบัติการคืนพื้นที่ตาย 12 บาดเจ็บครึ่งพัน
LogoMuslimtoday Logo
    ค้นหา :
เกี่ยวกับเรา ติดต่อโฆษณา
โฆษณา โฆษณา
Bookmark and Share

ราชดำเนินนองเลือด ปฏิบัติการคืนพื้นที่ตาย 12 บาดเจ็บครึ่งพัน

 


เวลา 18.20 น. สถานการณ์ปฏิบัติการคืนพื้นทีของเจ้าหน้าที่ แกนนำเสื้อแดง ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มารวมกันบริเวณตรงกลางเวที ขณะเดียวกันได้มีเฮลิคอปเตอร์ที่สังเกตการณ์ของฝ่ายทหาร โดยได้บินวนตรวจสถานการณ์อยู่รอบ ๆ พื้นที่การชุมนุมที่เจ้าหน้าที่พยายามรุกคืบ สลายการชุมนุม ยืดพื้นที่คืนประชาชน และให้ทุกอย่างเป็นไปตามปกติโดยเร็ว ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ได้มีการปล่อยแก๊สน้ำตาลงมา ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้ประชาสัมพันธ์ขอบริจาคลูกโป่ง เพื่อเตรียมจะปล่อยลูกโป่ง และโคมลอยขึ้นไป ขับกวนการบินของเฮลิคอปเตอร์
       
บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบิน และโปยแจกใบปลิว โดยเนื้อหาของใบปลิวสื่อสารว่า เจ้าหน้าที่นั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่ และขอให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องนั้น ออกจากพื้นที่ เพื่อความสะดวก และความปลอดภัย เพราะว่าเจ้าหน้าที่ทหารกำลังเข้ายึดพื้นที่ บริเวณถนนราชดำเนิน เพื่อคืนให้กับประชาชนได้ใช้งานตามปกติ
       
บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้พยายามรวมกำลังกันและนำรถแท็กซี่ที่ติดถังแก๊ส 2 คัน มาจอดและเปิดท้ายรถ ขยับเข้ากดดันเจ้าหน้าที่ให้ถอยร่นไปบริเวณแยกพาณิชยการ เพื่อต้องการจะยึดพื้นที่ชุมนุมกลับคืนอีกครั้ง

กลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ ใช้รถจักรยานยนต์ รวมทั้งเดินเท้า มุ่งหน้าจากสะพานผ่านฟ้าฯ ไปยังบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนที่แยกมิสกวันเจ้าหน้าที่ทหารยังไม่มีการเคลื่อนไหวยังคงรอดูท่าที ขณะเดียวกันได้เตรียมรถน้ำไว้ 5 คัน สำหรับแยกวิสุทธิกษัตริย์ ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงประมาณ 300-400 คน ได้รวมตัว พร้อมกับปล่อยยางลมรถร่วมบริการสีฟ้า - ขาว สาย 157 และนำมาจอดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาได้

เวลา 19.45 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทหารได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อกดดันกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังตรึงพื้นที่อยู่ และมีการจุดพลุส่งเสียงดังขึ้นฟ้า พร้อมกับปลุกระดมผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เมื่อเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สเข้าใส่ 2-3 ครั้ง ก็ขว้างกลับมาอีก ทำให้ทหารที่ไม่มีหน้ากากได้รับพิษจากแก๊สน้ำตาที่ถูกขว้างกลับมา ต้องหาน้ำล้างตา ทำให้สามารถรุกพื้นที่คืนได้เพียงเล็กน้อย

เวลาประมาณ 20.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงได้ใช้ถังแก๊สจุดไฟ และกลิ้งใส่ทหารที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณแยกคอกวัว ถนนตะนาว ทำให้เกิดระเบิดขึ้นในรัศมีราว 10 เมตร และมีการยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่ทหารทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บหลายสิบนาย ส่วนที่เหลือต้องวิ่งหนีและถอยร่นมาอยู่ถนนสิบสามห้าง และพบว่ามีทหารต้องนอนปฐมพยาบาลอยู่กลางถนนไม่ต่ำกว่า 50 นาย นอกจากนี้ ยังมีเสียงปืนดังมาจากกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่องหลายนัด

เวลา 20.30 น.เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าทำเนียบรัฐบาล 4 ลูกติด โดย 2 ลูกแรกเข้าตึกบัญชาการ 2 และเข้าที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลอีก 2 ลูก เบื้องต้นรายงานแจ้งว่าทำเนียบฯได้รับความเสียหาย


เวลา 21.00 น.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ได้แถลงการณ์ โดยพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. กล่าวว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ดำเนินการขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตั้งแต่เวลา 13.00 น.วันที่ 10 เมษายนโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก แต่ได้รับการต่อต้านจากกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงในทุกรูปแบบ มีการใช้อาวุธ กระสุนจริง ลูกระเบิด จากการตรวจมีเอ็ม 67เอ็ม 79 รวมทั้งระเบิดแสวงเครื่องจากถังแก๊ส ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ทั้งนี้ศอฉ.ได้หารือกับรัฐบาลและมีมติมอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตี ประสานไปยังแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หยุดการปฏิบัติการทั้งสองฝ่าย

โดยทหารได้ถอนตัวออกจากพื้นที่ในระดับหนึ่งแล้ว คาดว่าถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงถ้าได้รับการประสานจะหยุดปฏิบัติการและเคลื่อนย้ายออกจากเจ้าหน้าที่ทหาร หารือถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อนำมาสู่ความสงบต่อไป

"ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงยังปฏิบัติดังกล่าวต่อไปและทหารตอบโต้อาจจะทำให้ความรุนแรงขยายตัวจึงขอให้หยุดปฏิบัติกันทั้งสองฝ่ายและถอนกำลังให้ห่างจากกัน"

เวลา 22:15 น.น.เพชรพงศ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ กล่าวว่า ตัวเลขล่าสุดของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุปะทะระหว่างคนเสื้อแดงและทหารมีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 486 ราย และมีผู้เสียชีวิต 8 ราย แบ่งเป็นรพ.กลาง 5 ราย และรพ.หัวเฉียว 3 ราย ในจำนวนนี้เป็นช่างภาพชื่อ นายฮิโรยูกิ เป็นช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ ถูกยิงเข้าหน้าอกเสียชีวิต 

 เวลาประมาณ 23.30 น. พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานล่าสุดว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารกับผู้ชุมนุม ทั้งหมด 12 ราย เป็นพลเรือน 9 ราย และ ทหาร 3 นาย โดยเสียชีวิตที่รพ.กลาง 6 ศพ รพ.วชิระ 3 ศพ รพ.พระมงกุฏเกล้า 1 ศพ และรพ.หัวเฉียว 2 ศพ

     



บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 888 ครั้ง
ข่าวล่าสุด 5 อันดับ
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 62 + 76 =
ความคิดเห็น :