Bookmark and Share

มิตซูบิชิ มิราจ – แอททราจ 2016 ขับสนุก เที่ยววันเดียวสุดแสนประหยัด



หลังจากค่ายรถยนต์มิตซูบิชินำเสนอรถยนต์ประหยัดพลังงานสู่ตลาดเมืองไทย และตลาดโลก (อีโคคาร์) ที่มาภายใต้ชื่อการค้าว่า “มิตซูบิชิ มิราจ และ แอททราจ” เมื่อหลายปีก่อน จนสามารถสร้างสถิติใหม่มียอดขายทั่วโลกจนถึงปัจจุบันกว่า 5.5 แสนคัน ในจำนวนนั้นมีลูกค้าในเมืองไทย 1.26 แสนคัน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงการตอบรับจากผู้บริโภคกลุ่มที่ต้องการใช้ยนต์ที่มีความประหยัดพลังงานที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และนับได้ว่าเป็นความสำเร็จของแบรนด์รถยนต์ทรีไดมอนด์ในภาพรวมอีกครั้งหนึ่ง

จากวันที่เปิดตัวสู่ตลาดวันแรกเมื่อหลายปีก่อน “มิตซูบิชิ มิราจ และ แอททราจ” ได้พิสูจน์ให้ผู้บริโภคเห็นว่า เป็นอีโคคาร์มีดีกรีเข้มข้นพอที่จะชนกับคู่แข่งในตลาดได้อย่างสมศักดิ์ศรี ว่ากันว่าสนามรบตลาดรถยนต์อีโคคาร์เมืองไทย “มิราจ และแอททราจ” ไม่เป็นสองรองใคร จึงเป็นที่มาของการเดินหน้าอีโคคาร์เฟส 2 โดยมิตซูบิชิ มิราจ และแอททราจ ใหม่ โมเดล 2016 เป็นรถยนต์ 2 รุ่นแรก ที่ผ่านมาตรฐานการลงทุนอีโคคาร์เฟส 2 ท่าพร้อมกับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นก่อนมากมาย

เมื่อกลางเดือนที่ผ่าน “คุณอนงค์ ศุภราวงศ์” ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักสื่อสารการตลาดและทีมงานพีอาร์สาวสวย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่อนจดหมายเชิญผมไปร่วมกิจกรรมทดลองขับ “มิตซูบิชิ มิราจ และแอททราจ ใหม่ โมเดล 2016” ที่มาครบเครื่องเรื่องอีโคคาร์ด้วยการผ่านมาตรฐานอีโคคาร์เฟส 2 มาหยกๆ ในรูปแบบ “ขับรถไปเที่ยววันเดียวจบ” ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Mitsubishi ECO Fun Drive” ขับสนุก สุดประหยัด กับมิตซูบิชิ มิราจ และ แอททราจ ใหม่” เส้นทางกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ก่อนออกเดินทางถือเป็นทำเนียมปฏิบัติทีมงานพีอาร์ได้จัดให้มีการบรรยายสรุปจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ให้พี่น้องสื่อมวลชนได้รับทราบเพื่อตอกย้ำข้อมูลชี้กันชัดๆ อีกครั้งถึงจุดขายที่มีการเปลี่ยนแปลง เริ่มจาก Smart Stylish การออกแบบภายนอกใหม่ เติมความสดใส ด้วยสีใหม่ ทั้งสีแดง (Wien Red), สีส้ม (Sunrise Orange) และสีไทเทเนียม (Titanium Grey)

นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์ แบบ Bi-XENON HID และไฟหรี่ Spectrum LED ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและสะกดสายตาผู้ที่พบเห็นได้อยู่หมัดเลยทีเดียว โดยเฉพาะกระจังหน้า ดีไซน์ใหม่ เน้นความสปอร์ต ตัดกับสีโครเมียม ทำให้มองดูได้ชัดเจนแถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

หลังจากนั้นได้ขยับกายเข้าไปนั่งภายในห้องโดยสารของเจ้าแอททราจ อยากจะบอกว่าการออกแบบภายในยังคงล้ำสมัย ให้ความรู้สึกโอ่อ่า โปร่งโล่งสบาย ส่วนเบาะหนังที่ออก แบบใหม่ตะเข็บเดินเส้นด้ายสีแดง พวงมาลัยหุ้มหนัง วัสดุภายในสีดำแบบ Piano Black ให้ความรู้สึกสปอร์ตเข้ามาอีกระรอกเหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ขาดไม่ได้คือระบบความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารได้เพลิดเพลินตลอดเวลาของการเดินทาง มากับหน้าจอทรัชสกรีนขนาด 6.5 นิ้ว สั่งการได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสข้ามมาดูระบบความปลอดภัยกันบ้าง โดยทีมงานออกแบบได้ใช้แนวคิด Smart Safety ทำให้รถทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัย ด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ RISE Body และโครงสร้างส่วนรับแรงกระแทก
ที่ผลิตจากเหล็ก “High Ten-sile Steel” มีความแข็งแรงเป็นพิเศษเหนือกว่าเหล็กทั่วไป

เท่านั้นยังไม่พอยังเสริมระบบความปลอด ภัยด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง ระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ (FCM-LS : Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า (RMS-Forward Radar Sensing Misacceleration Mit-igation System-Forward) และที่ขาดไปไม่ได้คือ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TLC-Traction Control)

นอกจากนี้ยังจัดเต็มด้วยระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA-Hill Start Assist System) รวมทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Dual SRS) เรียกว่ามารอบนี้ค่ายทรีไดมอนออกหมัดชุดเพิ่มการตัดสินใจของผู้บริโภคใส่ระบบความปลอดภัยระดับรถอเนกประสงค์ SUV ในอีโคคาร์เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด เมื่อเริ่มเข้าสู่โหมดการทดลองขับออกจากจุดสตาร์ทย่านททบ.5 ขึ้นทางด่วนที่อนุสาวรีย์ชัยฯ มุ่งหน้าสู่ทางด่วนระหว่างเมืองมอเตอร์เวย์ เลี้ยวซ้ายก่อนข้ามแม่น้ำบางปะกงสู่ตัวเมืองแปดริ้วทาง อ.บ้านโพธิ์ ตลอดการเดินทางจากกรุงเทพฯ ในช่วงสายๆ ของวันทำงานในสภาพการจราจรที่หนาแน่น และเมื่อเข้าสู่ตัวเมืองแปดริ้วขับผ่านชุมชนถนนเล็กๆ ได้ทดลองถึงความคล่องตัว หมุนพวงมาลัยไปตามถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างคล่องตัว บางจังหวะขับเข้าไปประชิดคันหน้ายังได้เห็นการทำงานของระบบการเตือนการชนด้านหน้าอีกด้วย จะมีประโยชน์ ด้านความปลอดภัยเมื่อเราขับรถเข้าไปจี้รถคันหน้า ระบบจะเตือนเราอัตโนมัติ เป็นถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรถระดับพรีเมี่ยมมาสู่รถรุ่นเล็กของมิตซูบิชิ ซึ่งมิราจและแอททราจ ตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดีมากทีเดียว การหมุนพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนทิศทางไปตามโค้งของถนนคล่อง แคล่วแม่นยำ ทำให้การขับขี่ไม่เครียดแม้การจราจรหนาแน่น ในทางตรงกันข้ามในช่วงการขับขี่บนทางด่วนยังให้ความมั่นใจควบคุมง่าย และแม่นยำตลอดการเดินทาง จะบอกว่าการทดลองขับในโหมดนี้ค่อนข้างจะประทับใจสมกับที่เป็นอีโคคาร์แถวหน้าของเมืองไทยจริงๆ

สำหรับขุมกำลังของเครื่องยนต์ จากการไปทดลองขับครั้งนี้ต้องบอกเลยว่า เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร MIVEC แบบวาล์วแปรผัน มากับแรงม้าสูงสุด 78 ตัว ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตั-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT จะเห็นได้ชัดว่าประสิทธิภาพของเครื่องยนต์บล็อกนี้เหลือกินเหลือใช้ ทุกครั้งที่กดคันเร่งเครื่องยนต์ส่งกำลังมาจี๊ดจ๊าดตอบสนองได้ทันอกทันใจวัยรุ่นพร้อมที่จะออกตัวเร่งแซงได้ทันที จัดเป็นรถเล็กที่ขับสนุกอีกรุ่นหนึ่งที่มีอยู่ในตลาดเมืองไทยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม หลังจบการทดลองขับเข้าสู่ช่วงถามตอบทีมงานฝ่ายผลิตภัณฑ์ และประชาสัมพันธ์มิตซูบิชิยังกล่าวย้ำถึงจุดขายที่โดนใจผู้บริโภค “Smart Saving” ที่เคลมเรื่องอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงพี่น้องคู่นี้ไว้เพื่อเพิ่มการตัดสินใจ โดยมิตซูบิชิ มิราจ ประหยัดที่ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนมิตซูบิชิ แอททราจ ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งในชีวิตจริงอัตราสินเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง “พฤติกรรมการขับขี่” ของผู้บริโภคจะเป็นปัจจัยหลักที่มาเป็นตัวแปรที่จะทำให้ “สิ้นเปลือง-ประหยัด” มากที่สุด

ส่วนสนนราคาค่าตัวมิตซูบิชิ มิราจ ราคา 383,000-587,000 บาท ขณะที่มิตซูบิชิ แอททราจ ราคา 456,000-594,000 บาท  นับตั้งแต่กำเนิด “อีโค่คาร์” ขึ้นในเมืองไทย หลายคนอาจจะตั้งคำถามยิงตรงมาที่ผมตลอดว่า รถเล็ก เครื่องยนต์เล็กแค่ 1.2 ลิตร จะพาเราไปไหนได้บ้าง หลังจากอีโค่คาร์โลดแล่นอยู่บนถนนเมืองไทยมาแล้ว 4-5 ปี เป็นบทพิสูจน์ว่า อีโค่คาร์พาเราไปได้ทุกหนแห่งในประเทศไทย แถมยังประหยัดน้ำมัน และให้ความคล่องตัวสูงกับการใช้งานในเมืองอีกด้วย

จากการทดลองขับครั้งนี้มิตซูบิชิ มิราจ - มิตซูบิชิ แอททราจ มาครบเครื่องทุกมิติ 
ทั้งความสวยงาม สมรรถนะดี คล่องตัว และประหยัด จึงขอยกให้เป็นรถที่เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ในตลาดที่ควรมีไว้เป็นเพื่อน
ร่วมทางที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ปีที่ 5 ฉบับที่ 57 ประจำเดือนกันยายน 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 442 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 28 + 78 =
ความคิดเห็น :