Bookmark and Share

เมาลิดกลาง 1437 เชิดชูนบีผู้รังสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม


เมาลิดกลาง 1437 จัดยิ่งใหญ่ ! รำลึกถึงศาสนทูตมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ผู้นำสังคมพหุวัฒนธรรมและเฉลิมพระเกียรติ “ในหลวง” ครองราชย์ 70 ปี งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย งานสำคัญของมุสลิมทั่วประเทศ ปี 1437 จัดอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการรำลึกถึงศาสนทูตมูฮัมหมัด(ซ.ล.) 
ผู้รังสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม และร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสครองราชย์ครอบ 70 ปี มีกิจกรรมมากมายของมุสลิมไทยและต่างประเทศ  

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ประธานคณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ฮ.ศ.1437 จัดยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ “ศาสดาผู้นำการพัฒนา
ฮาลาล ผู้รังสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม” ร่วมเฉลิมฉลองรำลึกศาสนทูต มูฮัมหมัด(ซ.ล.) และเฉลิมพระเกียรติ “ในหลวง” ครองราชย์ครบ 70 ปี โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงาน

“ปีที่แล้วผมได้รับคัดเลือกเป็นประธานจัดงานเมาลิดกลาง ได้นำเสนอ
ความเป็นนักวิทยาศาสตร์ของศาสนทูตมูฮัมหมัด ประสบความสำเร็จ เป็นอย่างดี ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ปีนี้ตั้งใจว่าจะไม่รับเป็นประธาน ในวันที่มีการคัดเลือกได้เดินทางไปอินโดนีเซียและปิดโทรศัพท์แต่ที่ประชุมก็ยังเลือกเป็นประธาน เมื่อทุกคนมีเจตนาดีที่จะให้เป็นประธานอีก ผมก็รับเป็นประธาน โดยกำหนดคอนเซปต์ของการจัดงานว่า “ศาสดาผู้นำการพัฒนาฮาลาล ผู้รังสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม” ร่วมเฉลิมฉลองรำลึกศาสนทูตมูฮัมหมัด (ซ.ล.)” รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน กล่าว 

ดร.วินัย ดะห์ลัน กล่าวว่า คำว่า เมาลิด มาจากภาษาอาหรับ หมายถึงวันเกิด หรือวันประสูติ โดยการจัดงานเมาลิดของมุสลิมนั้นหมายถึงการจัดงานเฉลิมฉลองและรำลึกถึงศาสนทูตมูฮัมหมัด ผู้เป็นศาสดาแห่งศาสนาอิสลาม เนื่องในวันถือกำเนิดของท่านซึ่งมีการจัดกันทั่วโลก สำหรับงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยนั้น จัดโดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์กรภาครัฐ องค์กรการกุศล และองค์กรเอกชน ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี

“ท่านศาสดามีความเป็นผู้นำในหลายด้าน แต่ในมุมพหุวัฒนธรรมกลับเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีการพูดถึง กอปรกับภาวะปัจจุบันที่สังคมต้องการความสมัครสมานสามัคคี จึงนำมาสู่รูปแบบการจัดงาน 
การรังสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม ในสมัยรอซูลลุลเลาะห์ เมืองมาดีนะห์ เป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักรอิสลาม มีทุกศาสนิกชนอาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าคริสต์ ยูดาย โซโรเอสเตอร์ มุสลิม และศาสนาอื่นๆ พวกเขาอยู่กันอย่างสงบสุขภายใต้การปกครองของศาสดามูฮัมหมัด ท่านศาสดามูฮำหมัดได้ให้แนวทางแก่มุสลิมในการอยู่ร่วมกันในสังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรมไว้มากมาย ท่านกล่าวว่าในฐานะมนุษย์แล้วคนดีที่สุด คือ
คนที่ทำดีต่อผู้อื่นมากที่สุด”

“ท่านจึงเป็นมหาบุรุษแห่งพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง” ดร.วินัย กล่าวและว่า เพื่อให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรม ในงานเมาลิด
จึงได้นิมนต์เจ้าอาวาสจาก 6 วัด ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามเฉลิมพระเกียรติ คลองเก้า เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน รวมทั้งจะเรียนเชิญผู้นำศาสนาคริสต์ และศาสนอื่นๆ มาร่วมงาน อันเป็นการฉายภาพของการอยู่ร่วมกันของพหุวัฒนธรรม ซึ่งเป็นแบบฉบับของท่านศาสดาที่มุสลิมต้องปฏิบัติ
ตามศาสดาสั่งให้เราดูแลเพื่อนบ้านนั้น ท่านไม่ได้ระบุว่าให้เราต้องดูแลเฉพาะมุสลิมเท่านั้น แต่ให้เราดูแลเพื่อนบ้านทุกคน” ดร.วินัย กล่าว

ที่สำคัญและพิเศษยิ่งสำหรับงานเมาลิดในปีนี้ นอกจากจะจัดขึ้น
เพื่อเฉลิมฉลองและรำลึกถึงท่านศาสดามูฮัมหมัดแล้ว งานนี้ก็จะเป็นการจัดงานเฉลิมฉลอง 70 ปีการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วย “พระองค์ท่านทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ที่ทรงดูแลชาวไทยมุสลิมได้อยู่อย่างร่มเย็นภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ซึ่งปีนี้นับเป็นปีมหามงคลพิเศษยิ่ง ที่พระองค์ทรงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ดังนั้นงานเมาลิดปีนี้จึงเป็นงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในคราเดียวกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวไทยมุสลิม ได้แสดงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวที และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์” ดร.วินัย กล่าว

สำหรับในปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์เพื่อเปิดงาน จึงขอเชิญชาวไทยมุสลิมและประชาชน
ทั่วไปร่วมรับเสด็จโดยพร้อมเพียงกัน ในวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 เวลา 16.00 น. ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามเฉลิมพระเกียรติ คลองเก้า เขตหนองจอก กรุงเทพฯ โดยงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ฮ.ศ.1437 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2559 เป็นเวลา 3 วัน ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามเฉลิมพระเกียรติ คลองเก้า เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ภายในงานประกอบไปด้วย ส่วนของนิทรรศการ การสัมมนา สินค้าในฮาลาลเอ็กซ์โป การออกร้าน กิจกรรมทางศาสนา และอื่นๆ อีกมากมาย โดยในส่วนของฮาลาลเอ็กซ์โป อยู่ในเต็นท์ที่ติดแอร์เหมือนเดิม โดยได้บอกให้ร้านค้านำสินค้ามาจำหน่ายมากกว่าเดิม เพราะปีที่แล้วขายหมดแล้วปิดร้านกลับไป ทำให้ดูไม่ดี 

“อยากเชิญชวนพี่น้องมุสลิมมาร่วมกันมากๆ เพราะเป็นงานที่จะ
นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของมุสลิม ของอิสลามให้คนต่างวัฒนธรรมต่างศาสนาได้รับรู้ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ให้เห็นว่ามุสลิมมีส่วนร่วมในการสร้างชาติสร้างแผ่นดิน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแข่งขันในเวทีในต่างประเทศ ซึ่งใหญ่กว่าโลกแคบๆ ในบ้านเรา การที่เราจะแข่งกับต่างประเทศได้ เราต้องการทรัพยากรบุคคล ต้องการคนทุกคน ทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพ ได้แสดงความสามารถในความถนัดของตน เวลาเราไปแข่งในต่างประเทศ ต้องแข่งในทุกมิติ” รศ.ดร.วินัย กล่าว 

ดร.วินัยกล่าวว่า มุสลิมไทยต้องมีส่วนรวมในการนำพาสังคมไทยก้าวออกไป เหมือนที่เรามีส่วนร่วมในอดีต ได้เสียสละเพื่อบ้านนี้เมืองนี้ มายาวนาน ยกตัวอย่างสมัยการก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ มุสลิมเป็น
ส่วนแรกที่ต้องอพยพจากการปลูกแพปลูกบ้านริมแม่น้ำ เพื่อให้มีการก่อสร้างกรุงเทพฯ ได้ ในอาหารไทย อย่างแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ความจริงมีมุสลิมเข้าไปเกินครึ่ง ในมวยไทย ในลิเก หรือลายกนก ก็มีความเป็นมุสลิมเข้าไปเกี่ยวข้อง มีร่องรอยวัฒนธรรมอิสลามแทรกอยู่ ความเป็นอารยธรรม วัฒนธรรมอิสลามนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเรามักจะพูดว่า เราเป็นคนส่วนน้อยในสังคมไทย ความจริงแล้วไม่ใช่เราเป็นคนส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของประเทศ เพียงแต่นับถือศาสนาอิสลาม

“สำหรับคนที่ต่อต้านงานเมาลิดนั้น ที่ต่อต้านเพราะเขาไม่ได้
มางาน ถ้ามาแล้วจะมาอีก เพราะเป็นงานที่เชิดชูศาสนทูตมูฮัมหมัด(ซ.ล.) อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน” ดร.วินัย กล่าว 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนเมษายน 2559
 

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1086 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 35 + 57 =
ความคิดเห็น :