Bookmark and Share

มุสลิมอีสาน ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพการศึกษา



วันแห่งมุสลิมอีสาน เป็นงานที่ได้ฉายภาพของมุสลิมอีสาน ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันและแนวทางการขับเคลื่อนสู่อนาคต การสร้างการศึกษาตามแนวทางที่ถูกต้อง และการทุ่มเทสร้างความเข้าใจ ทำให้มุสลิมอีสานได้รับการยอมรับ


มุสลิมในภาคอีสานดำรงอยู่มายาวนานนับ 100 ปี และได้ขยายตัวอย่างช้าๆ ท่ามกลางการยอมรับของพี่น้องชาวอีสาน จากเมื่อ 40 ปีก่อน มีมัสยิดเพียง 2 แห่ง แต่ปัจจุบันมีมัสยิดที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง 42 แห่งกระจายทั่วภาคอีสาน มีมุสลิมหลากหลายเหมือนคนในอดีต คนอีสานไม่มีความรู้เรื่องศาสนามากนัก ดร.ปรีดา ประพฤติชอบ อาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนการให้ความรู้ตามแนวทางที่ถูกต้อง โดยการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อพัฒนามุสลิมอีสาน ดำเนินการมาเป็นเวลา 20 ปี และเมื่อเกษียณอายุจากการเป็นอาจารย์ก็ได้ก่อตั้งโรงเรียนสันติธรรมวิทยาขึ้นมาที่ จ.อุดรธานี สอนระดับเด็กเล็ก ระดับประถามศึกษา ให้ความรู้แก่เยาวชนที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม ปัจจุบันมีนักเรียน 240 กว่าคน ในจำนวนนี้ 90% ไม่ใช่มุสลิม ดร.ปรีดา ประพฤติชอบ ประธานมูลนิธิเพื่อพัฒนามุสลิมอีสาน กล่าวว่า ที่ผ่านมามูลนิธิฯ มีบทบาทในการให้การศึกษาด้านศาสนาและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่ออิสลามการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างสุขภาวะ 

“สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจต่อ
พี่น้องคนไทยต่อศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ถือเป็นภารกิจสำคัญของมูลนิธิ ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเอาจริงเอาจัง และให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่พี่น้องมุสลิมเพื่อการดำรงชีวิตที่ถูกต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวและสังคม หลังปี 2550 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนสันติธรรมวิทยา เพื่อสอนในระดับอนุบาลและประถมศึกษามีการฝึกฝนให้นักเรียนมีระเบียบวินัย มีความประพฤติที่ดี และมีความคิดสร้างสรรค์เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ 
โดยเน้นภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน และให้เด็กได้เข้าใจ ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันแบบสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย มีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อรับใช้สังคมประเทศชาติ และพร้อมจะก้าวสู่สังคมที่ท้าทาย”  

ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภาและอดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รู้จักดร.ปรีดามาตั้งแต่เรียนหนังสือ ตามปกติคนที่เรียนเก่งจะไม่ค่อยให้ความสนใจสังคม แต่ดร.ปรีดาเป็นคนเรียนเก่งแต่ไม่ทิ้งสังคม เรียนจบเกียรตินิยมได้ไปทำปริญญาโท และเอกที่ประเทศญี่ปุ่น มาเป็นอาจารย์และนามสกุลประพฤติชอบ ตั้งแต่รู้จัก ดร.ปรีดา
ยังไม่เคยเห็นอะไรที่ประพฤติไม่ชอบ ตั้งแต่เรียนหนังสือมาทำงานเป็นอาจารย์ คนนึกว่า เป็นคนอีสาน แต่จริงๆ เป็นคนกรุงเทพฯ แต่เมื่อมาอยู่อีสานก็ทำงานเพื่อคนอีสาน 

“ถ้าเป็นดร.คนอื่น เกษียณราชการแล้ว อาจไปเป็นที่ปรึกษาหรือไปทำวิจัยอะไร มีรายได้เดือนเป็นแสน ไม่กลับกรุงเทพฯ ไม่ได้ติดอีสานแต่มาติดใจว่าอีสานยากจนต้องช่วยหลือ  อีสานสมัยนั้นมุสลิมยังน้อย รู้จักศาสนาน้อย 
มีมัสยิดไม่เกิน 2 แห่ง ที่อุบลฯ กับที่โคราช ดร.ปรีดาจบดร.แต่มีความมีความศรัทธาต้องการ ทำงานรับใช้พระผู้เป็นเจ้า เผยแพร่แนวทางที่ถูกต้องตามศาสนาทูต แต่ไม่ได้แบ่งแยกว่าจะสอนเฉพาะมุสลิม ไม่ใช่มุสลิมก็สอน เพราะสิ่งที่เป็นประโยชน์อิสลามให้ทำ” อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าว 
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า ได้มางาน 3 รอบแล้ว หากจัดอีกก็จะมาอีก เพราะหากไม่มาก็เท่ากับทิ้งเพื่อน รู้สึกผิดหากไม่มา 

“เพื่อนผมใช้ทั้งชีวิตเพื่อสังคมมุสลิม 
หากต้องการสบายไปสอน ม.เอกชน หรือทำวิจัยอะไรก็ได้ ประหลาดใจว่าคนประเภทนี้มีด้วย เกษียณแล้วบอกว่าจะไปอุดรฯ สร้างโรงเรียนเล็กๆ ตอนนั้นมีนักเรียนไม่ถึง 20 คน เป็น อ.มหาวิทยาลัยใหญ่โตแต่มาสอนเด็ก
ในหมู่บ้านเล็กๆ เด็กไม่ถึง 20 คน ผมแทบไม่เชื่อ แต่ท่านบอกว่ามาสร้างคนมาสร้างการศึกษา เพื่อให้คนอีสานมีการศึกษาด้วยทุนของท่านเอง เล็กๆ ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย และสิ่งที่สำคัญ ครอบครัว ดร.ปรีดาเต็มใจมาทำงาน มารับผิดชอบกันหมด ลูกทุกคนจบปริญญาโทจบปริญญาเอกก็กลับมาช่วย มาสร้างโรงเรียน จึงเป็นครอบครัวที่ประพฤติชอบ โรงเรียนตอนนี้มีเด็ก 200 กว่าคน มีเงินไม่มาก ไม่พอที่เลี้ยงตัวเอง แต่ด้วยศรัทธาในเรื่องศาสนา ดร.ปรีดาก็ยอม ก็อยากจะบอกว่าครอบครัวประพฤติชอบ
ทำถูกแล้ว” นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าว 

อดีตประธานรัฐสภา กล่าว่า คนเราแม้จะ
มีเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้าน มีตำแหน่งใหญ่โต ยกตัวอย่างสตีป จ๊อบ มีเงินมหาศาล บอกก่อนตายว่า เสียดายชีวิต มีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน บริษัทใหญ่ขายของไปทั่วโลก สมองเก่ง ผลิตแอปเปิ้ลออกมา คนแย่งกันใช้ แอปเปิ้ล คนรอเข้าคิวรอ แต่สิ่งที่ทำไม่ได้ คือทำไมไม่ให้ตาย เงินช่วยเขาไม่ได้ ลูกน้องเป็นพันๆ ช่วยเขาไม่ได้ สิ่งที่มีคือเตียงเล็กๆ ในโรงพยาบาล เมื่อชีวิตจะตาย เงินเยอะ ตำแหน่ง ช่วยไม่ได้เลย เขาบอกว่า เสียดายควรจะใช้เวลาทุ่มเทเพื่อนมนุษย์ เมื่อตายไปแล้วจะได้ไปบอกพระผู้เป็นเจ้าอย่างภาคภูมิใจว่า เขาได้ทำอะไรบ้าง เพื่อสังคมบ้าง

“ไม่เหมือนดร.ปรีดา ที่มาสร้างโรงเรียน 
ซึ่งดร.ปรีดาเมื่อเสียชีวิต ไปบอกกับพระผู้เป็นเจ้าได้ดีกว่า สตีฟ จ๊อบ ที่รวยมหาศาล คนเราไม่รู้ว่าจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่ เมื่อเราไม่รู้ว่าเราจะเสียชีวิตตอนไหนก็ต้องรีบทำดีเพื่อสังคม อย่าให้เหมือนสตีฟ จ๊อบที่บอกว่า ถ้ารู้ว่าจะตายเร็วเอาเงินไปทำประโยชน์ดีกว่าความร่ำรวย เราต้องช่วยสนับสนุนดร.ปรีดาให้ทำต่อไป อยากใหสังคมนี้บันทึกความทรงจำเอาเป็นแบบอยาง มีคนดร.ปรีดาเยอะๆดีกว่ามีคนที่คอยแต่สร้างความแตกแยก” 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าว
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โรงเรียนสันติธรรม ผู้บริหารเป็นมุสลิม แต่เด็กส่วนใหญ่ไม่ใช่มุสลิม คือความใจกว้างของ ดร.ปรีดา เราเป็นพี่น้องจากต้นไม้เดียวกัน การทำประโยชน์ให้กับเพื่อนมนุษย์ เป็นการทำบุญมหาศาล ไม่สอนเด็กมุสลิมก็ได้บุญเหมือนกัน เวลาตายไปความเป็นดร.เข้าสวรรค์ไม่ได้ สวรรค์เลือกระหว่างความดีและความไม่ดี เป็นดร.แต่หากทำร้ายสังคมก็เข้านรก เป็นดร.หากทำความดีตามที่พระเจ้าบอก ตามแนวทางศาสดา สวรรค์คือการตอบแทน และพวกเราต้องช่วยกัน ไม่ใช่ช่วยดร.ปรีดา แต่เป็นการทำตามหนทางของอัลเลาะฮ์ เพราะโรงเรียนเป็นของมูลนิธิ เดินทางแนวทางของพระผู้เป็นเจ้า

“สิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่ให้ความสำคัญ
ของการศึกษาเพื่อพัฒนาชาติจนรุ่งเรืองมีปรัชญาที่จะทำโรงเรียนเป็นสวรรค์ คนสิงคโปร์มีคุณภาพ มีความเป็นเลิศ และรัฐบาลก็ทุ่มเท และดูแลครูอย่างดี การศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาประเทศ หากคนไม่มีความรู้ ประเทศไทยก็ไม่มีคนมาลงทุน เพื่อการพัฒนาประเทศ การศึกษาในอาเซียนขณะนี้เราล้าหลัง จึงต้องสร้างคุณภาพของโรงเรียน สร้างคุณภาพสันติธรรม ต้องทำให้นักเรียนจบไปแล้วสามารถสนทนากับฝรั่งได้ 

“เรามีปัญหาอ่อนภาษาอังกฤษ ถ้าเราไม่แก้ ไม่มีทางที่จะก้าวไปสู่อาเซียนได้ คนพูดอังกฤษได้จะมีความสง่างาม” 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ยังกล่าวชื่นชมนายอับดุบมายิด ชาวบาร์เรนที่ได้บริจาคเงินเพื่อสร้างอาคารให้กับโรงเรียนสันติธรรมวิทยา

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนเมษายน 2559 
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 486 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 85 + 89 =
ความคิดเห็น :