Bookmark and Share

สัมผัสโรงเรียนอิสลามใน“มะริด” ใหญ่ไม่แพ้ร่างกุ้ง

มุสลิมในเมียนมา ตามความเข้าใจของคนทั่วไปถูกกดขี่ข่มเหงจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องแต่เพียงนิดเดียว ปัญหามีเฉพาะพี่น้องมุสลิมโรฮิงญาเท่านั้น แต่พี่น้องมุสลิมในเมียนมามีความเป็นอยู่ที่ดี MTODAY จะพาไปสัมผัสโรงเรียนอิสลามที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ที่มะริดกัน 

มุสลิมในเมียนมา ตามความเข้าใจของคนทั่วไปถูกกดขี่ข่มเหงจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องแต่เพียงนิดเดียว ปัญหามีเฉพาะพี่น้องมุสลิมโรฮิงญาเท่านั้น แต่พี่น้องมุสลิมในเมียนมามีความเป็นอยู่ที่ดี MTODAY จะพาไปสัมผัสโรงเรียนอิสลามที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ที่มะริดกัน 



มะริดเป็นที่ที่คนไทยเรียก แต่คนเมียนมาเรียก Myeik อ่านว่า “มายิก” เป็นเมืองสำคัญทางตอนใต้ของเมียนมา อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย มาถูกถูกอังกฤษแยกไปเป็นของเมียนมา พร้อมกับทวาย และตะนาวศรี มุสลิมในมะริดมีมากเป็นอันดับ 2 รองจากร่างกุ้ง อดีตเมืองหลวง ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปมะริด ระหว่างทางได้แวะสัมผัสพี่น้องมุสลิมที่ “ปะตา” ตำบลหนึ่งห่างจากเมืองมะริด ประมาณ 30 กิโลเมตร ที่นี่มีมัสยิด 6 แห่ง 
มีโรงเรียนสอนศาสนา เป็นขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากจากร่างกุ้งเลยทีเดียว ไกรุเดน ซึ่งเคยไปในเมืองนาน 10 ปี เขาสามารถพูดภาษาไทยพอสมควร เล่าให้ฟังว่า มุสลิมที่ “ปะตา” อาศัยอยู่มานานหลายชั่วอายุคน เดินทางมาจากอินเดียมาปักหลักที่ปะตามานาน 500-600 ปีมาแล้ว ปัจจุบันอาศัยอยู่ประมาณ 1,400 ครอบครัว ประมาณเกือบๆ 10,000 คน มีมัสยิดขนาดใหญ่ รองรับคนมาละหมาดเกือบพันคน และมัสยิดรองลงไปอีกหลายแห่ง 

ไกรุเดน ชักชวนผู้เขียนนั่งรถมอเตอร์ไซด์ฝ่าถนนฝุ่นสีแดงไปยังมัสยิด เห็นภาพมัสยิดแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนความเชื่อเดิมว่า เมียนมา 
ไม่สนับสนุนการสร้างมัสยิด เป็นไปตามภาพที่นำเสนอ มัสยิดเก่าแก่และใหญ่ไม่น้อยทีเดียว มีพี่น้องมุสลิม 6-7 คน กำลังนั่งทบทวนฮาดิษร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงความเคร่งครัดของพี่น้องมุสลิดที่ปะตา จึงไม่แปลกที่ในหลายพื้นที่ในไทย มีพี่น้องมุสลิมเมียนเมียนมาทำหน้าที่อิหม่าม ภาพแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นที่เมืองไทย หลังละหมาดเสร็จ ผู้เขียนมีโอกาสสนทนาเล็กน้อย ยกกล้องจะถ่ายรูป ได้รับการปฏิเสธ มีเสียงออกมาว่า “ฮาราม” เหมือนที่เคยเจอที่ “เชียงตุง” ทางเหนือของเมียนมา ที่เคยไป เมื่อ 5-6 ปีก่อนมุสลิมที่นั่น ยกมือห้ามถ่ายรูปเช่นเดียวกัน ห่างกันนับพันกิโลเมตร แต่ความเชื่อเหมือนกัน ไม่เหมือนบ้านเราที่ถ่ายรูปออกสื่อเป็นเรื่องปกติ 

จากมัสยิด ไกรุเดนพาซ้อนมอเตอร์ไซด์ มายังโรงเรียนสอนศาสนา บ่ายวันเสาร์เด็กกำลังอ่านกุรอ่านและฮาดิษกันอย่างขมักเขม้น โรงเรียนสอนศาสนาที่ “ปะตา” เป็นอาคารเดียว แต่มีขนาดใหญ่ แบ่งห้องเรียนเป็นส่วนๆ ห้องใหญ่สอนอัลกุอ่าน มีอาคารเล้กถัดไป สอนฮาดิษ มีนักเรียนทั้งหมด 450 คน กินนอนอยู่ที่โรงเรียน เหมือนปาเนาะในบ้านเรา อาจารย์ใหญ่ชื่อยาโซ๊ะ บอกว่าโรงเรียนมีเด็กมาจาก
ทั่งประเทศในเมียนมา จากร่างกุ้ง จากทะวาย จากเกาะสอง และอีกหลายเมืองที่มีมุสลิมเป็นโรงเรียนใหญ่อันดับ 2 รองจากโรงเรียนในร่างกุ้ง สอนอัลกุรอ่านและฮาดิษ 

คนมุสลิม “ปะตา” จะสวมใส่โต๊ะเป็นปกติ ริมถนนที่ผ่านมีร้านหลายแห่งจะเห็นพี่น้องมุสลิมปะตา นั่งกันอยู่เต็มเกือบทุกร้าน และที่ขายดี น่าจะเป็นร้านขายหมาก ทั้งวัยรุ่นคนสูงอายุ นิยมกินหมาก เหมือนที่เห็นที่สังขละบุรี 

จาก “ปะตา” เข้า “มะริด” ตอนแรกคิดว่า จะมีมุสลิมน้อยหรือไม่มี ถามคนจากมูด่อง หมู่บ้านใกล้ด่านสิงขร บอกว่าไม่ค่อยมีมุสลิม แสดงว่าพวกเขาไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับมุสลิมมากนัก แต่เมื่อมาถึงมะริดมีมัสยิดหลายแห่ง มีพี่น้องมุสลิมอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่จะอยู่ริมแม่น้ำ ไม่ค่อยเห็นริมทะเล มีโอกาสจะนำเรื่องราวของพี่น้องมุสลิมมาสู่กันฟังอีกครั้ง 

จากที่ได้เดินทางไปเมียนมาที่มะริดพบเจอพี่น้องมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกับพี่น้องเมียนมาชาติอื่นอย่างสงบสุข ไม่มีปัญหาความขัดแย้งเหมือนที่ “ยะไข่” กับพี่น้องมุสลิมโรฮิงญา 
เข้าใจตามนี่นะ! 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2559
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 810 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 64 + 28 =
ความคิดเห็น :