Bookmark and Share

สัมผัสโฮจิมินห์ซิตี้ เมืองแห่งมนต์เสน่ห์




โฮจิมินห์ซิตี้ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีผู้คนอาศัยหลากหลาย มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเวียดนามทางตอนใต้ เป็นเมืองที่น่าเที่ยวอีกเมืองหนึ่ง

โฮจิมินห์ซิตี้ หรืออดีตเมืองไซ่ง่อน เคยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ในสมัยที่สหรัฐอเมริกาเข้ามาแทรกแซงก่อสงครามเวียดนาม เมื่อโฮจิมินห์นำกองทัพขับไล่อเมริกาออกไปสำเร็จ จึงเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นโฮจิมินห์ซิตี้เพื่อเป็นเกียรติแก่โฮจิมินห์ รัฐบุรุษของเวียดนามยุคใหม่

โฮจิมินห์ซิตี้ เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะอาคารหลายแห่งที่ก่อสร้างตามสถาปัตย- กรรมฝรั่งเศส จากการถูกฝรั่งเศสยึดครองมายาวนาน และสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอเมริกาและจีน หากจะเที่ยวแบบพื้นๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็มี อาทิ ทำเนียบ
ของอดีตประธานาธิบดีเวียดนามใต้ เนื่องจากเวียดนามเคยถูกแบ่งประเทศเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ อาคารแห่งนี้เป็นทั้งบ้าน ที่ทำงาน และหลุมหลบภัยใต้ดิน ของประธานาธิบดีเวียดนามใต้ ในปัจจุบันอาคารแห่งนี้เป็นเสมือนสถานที่เตือนใจถึงการสิ้นสุดลงของสงคราม

โบสถ์นอร์ทเทรอดาม และอาคารศูนย์ไปรษณีย์ เป็นอาคาร เป็นโบสถ์หลังคาสูงที่สร้างในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่คนเวียดนามเองและชาวต่างชาตินิยมมาถ่ายรูปชุดแต่งงาน ส่วนอาคารศูนย์ไปรษณีย์ เป็นหนึ่ง
ในอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโฮจิมินห์ เนื่องจากเป็นอาคารที่ยังคงความงดงามตามสถาปัตยกรรมโคโลเนียลดั้งเดิม

ไซ่ง่อนไม่ได้มีให้ชมแค่สถาปัตยกรรมแบบตะวันตก แต่วิถีชีวิตของคนที่นั่นก็น่าศึกษา หลากหลายด้าน ด้านหนึ่ง เท่าที่สังเกตโฮจิมินห์เป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองดี ถนนตัดเป็นสี่เหลี่ยมเป็นส่วนใหญ่ ต้นไม้ขนาดใหญ่ริมถนนได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี สวนสาธารณะในเมืองมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นธรรมชาติประดับมีความสวยงาม และร่มรื่นมาก 

บนถนนในโฮจิมินห์ อาจจะดูหวาดเสียว
นิดนึง เพราะส่วนใหญ่เป็นวงเวียนและสี่แยกที่ไม่ใช้สัญญาณไฟจราจร ส่วนใหญ่เป็นรถมอเตอร์ไซค์จะฉวยจังหวะแทรกตามช่องว่าง สวนทางกันไปมา แต่ไม่เคยเห็นอุบัติเหตุ เพราะแม้จะขับแทรกไปแทรกมาดูวุ่นวาย 
แต่คนที่นั่นขับรถไม่เร็ว การชนกันแบบบ้านเราจึงไม่ค่อยมีให้เห็น ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ รับประกันว่า อุบัติเหตุคงจะเกิดขึ้นทุกนาที 

การไปเที่ยวโฮจิมินห์จะต้องเดินลัดเลาะไปตามถนนจึงจะเห็นบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนเวียดนาม ที่เห็นจนชินตาคือ คนเวียดนามจะนั่งรวมกลุ่มกันจำนวนมากตามร้านแผงลอยหรือร้านเล็กๆ ข้างถนน นั่งบนเก้าอี้ขนาดเล็กเกือบ 10 คน ล้อมโต๊ะตัวเล็กๆ ดื่มชา กาแฟกันในวันหยุด 

ผู้เขียนเคยเห็นคลิปร้านตัดผมชายที่มี
ผู้หญิงสวยนั่งกันเต็มร้าน ไปโฮจิมินห์พยายามสอดส่ายสายตามอง ปรากฏว่ามีจริงๆ หลายร้านด้วย พยายามยกกล้องถ่ายรูปถ่าย แต่ผู้ชายที่ดูแลอยู่หน้าร้านห้ามเสียงดัง พยายามทำเนียนเดินมาฝั่งตรงกันข้ามแบตเตอรี่ดันมาหมดเสียอีก เลยไม่มีโอกาสนำภาพมาให้ดู ขอแสดงความเสียใจด้วย... 
ในด้านความเชื่อคนเวียดนามเหมือนกับไทยพุทธอยู่เรื่องหนึ่งคือ สิ่งที่คิดว่าศักดิ์สิทธิ์ไหว้หมดเหมือนกัน ได้เดินผ่านหน้าวัดฮินดู มีแต่คนเวียดนามเข้ามาไหว้เจ้าฮินดู เพราะที่นั่นคนอินเดียมีน้อยมาก 

สำหรับคนไทยที่ชอบช้อปปิ้ง ศูนย์การช้อป อยู่ที่ตลาด “เบนถัน” ศูนย์กลางการซื้อขายของเมือง เพราะโฮจิมินห์ยังไม่มีห้างใหญ่ๆแบบบ้านเรา สินค้าก็มีตั้งแต่สินค้าท้องถิ่น งานฝีมือที่เป็นสัญลักษณ์ของเวียดนามและสินค้าก็อปอยู่ตามร้านรอบๆ ตลาด หลายอย่างก็ถูกกว่าในประเทศไทย แต่หลายอย่างก็ต้องเลือกให้ดี 

ไปเดินแถวตลาดเบนถันจะต้องระวังให้ดี “คนฉวยโอกาส” อย่างคนซ่อมรองเท้าคนขัดรองเท้ามีหลายราย เห็นรองเท้าเราเลอะหรือมีรอยปริหน่อยจะเข้ามาเลย ตื้อให้ขัดให้ซ่อมรองเท้าแบบถังตัวเลยทีเดียว ผู้เขียนเจอตื้อหลายครั้งเลยยอมให้ขัดรองเท้า พอซักพักก็จะใส่พื้นรองเท้าให้ เสร็จสรรพคิด 350,000 ด่อง หารด้วย 630 คิดเป็นเงินไทยก็ 500 บาท เจอแบบนี้เข้าอย่ายอมเด็ดขาด เสียงแข็งเอาไว้ แม้เขาจะทำท่าทางขึงขังเอาเรื่องก็ตาม อย่ากลัวทีเดียว ผู้เขียนจ่ายไป 30,000 ด่อง เกือบ 50 บาท แล้วเดินออกมา ในเมืองไทยขัดรองเท้าแค่นี้ถือว่าแพงแล้ว 

ทีจิมินมุสลิมไม่น้อย มีร้านอาหาร
ฮาลาลรอบๆ ตลาดเบนถันหลายร้าน แต่ส่วนใหญ่เป็นร้านมาเลย์ อาหารเป็นมาเลย์เกือบทั้งหมด คิดว่ามุสลิมเวียดนามยังไม่พร้อมจะลงทุน แต่มาเลย์กล้าลงทุน เพราะนักท่องเที่ยวมุสลิมส่วนใหญ่เป็นมาเลย์ หากอยากจะทานอาหารเวียดนามฮาลาลจะต้องไปตามมัสยิด จะมีร้านข้างๆ มัสยิด เหมือนบ้านเรา เป็นเฝอ แท้ๆ เลยทีเดียว 

เรื่องราวของโฮจิมินห์ยังไม่จบ คงต้องฉายต่อฉบับหน้ากับบรรยากาศโรแมนติก สำหรับคนไปเป็นคู่

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนธันวาคม 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 1019 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 63 + 65 =
ความคิดเห็น :