Bookmark and Share

เวียดนามจะแซงไทยจริงหรือ



ตอนที่เปิดประเทศใหม่ๆ เปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้ว เวียดนามยังห่างไทย 30-40 ปี แต่มาถึงปัจจุบัน ช่องห่างเหลือประมาณ ซัก 10 ปี แต่ก็มีสิ่งที่เวียดนามนำประเทศไทยไป

ผมมีโอกาสได้ชมการแสดงของศิลปินเวียดนาม ที่อาคารเอนกประสงค์ที่โฮจิมินห์ เป็นการแสดงทุกวันเสาร์ในช่วงค่ำ เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นตื่นตาตื่นใจมาก เป็นการแสดงที่อลังการ ทั้งฉากแสง สี เสียง และจำนวนผู้แสดง ที่สำคัญเป็นการแสดงที่ปลูกฝังความรักชาติ การเปลี่ยนแปลง การเติบโต จากการปฏิวัติเวียดนามบรรยากาศการแสดงของศิลปินดังของเวียดนาม บนเวทีที่ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายและเปิดให้ทุกคนได้เข้าชมการแสดงหลายบทเพลงได้ฉายภาพของการปฏิวัติเวียดนาม เชิดชูการปฏิวัติที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดี การแสดงชุดหนึ่งเริ่มตั้งแต่ความมืดมิด มีแสงทองแห่งการปฏิวัติค่อยๆ โผล่ขึ้นมา จนเป็นความสว่าง ฉายภาพของทางเกวียนการสู่ความทันสมัย เป็นการสร้างความหวังปลุกผู้คนให้ตื่นตัวได้อย่างดีเยี่ยม มีการแสดงที่เชิดชูโฮจิมินห์ รัฐบุรุษแห่งเวียดนามยุคใหม่ การสร้างชาติ และความสำคัญต่างๆ 

การแสดงของเด็กๆ เต็มไปด้วยสีสัน น่าตื่นตาตื่นใจ การวิ่งเต้น การร่ายรำที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ตามมาด้วยการแสดงของนักศึกษา การรวมพลังกัน ความสามัคคี ความพร้อมเพรียง ความกระตือรือร้น การชูธงปฏิวัติ เหมือนภาพในหนังสือปฏิวัติเมื่อ 30-40 ปีก่อน

เป็นการแสดงที่ฉายให้เห็นความหวังของคนเวียดนาม ความก้าวหน้า และความเจริญ เป็นการปลูกฝังคนเวียดนามให้กระตือรือร้นก้าวไปสู่ความสำเร็จ จึงไม่แปลกใจที่เวียดนามเพิ่งเปิดประเทศเพียง 20 ปี แต่หลายอย่างพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

หลายปีที่ผ่านมาตัวเลขการเจริญเติบโตของเวียดนามอยู่ในระดับ 6-7% มายาวนานยกเว้นช่วงฟองสบู่แตก เกิดภาวะเงินเฟ้อที่สะดุดไปเล็กน้อย แต่ก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ดินแดนแห่งปากแม่น้ำโขงได้กลายมาเป็นผู้นำการส่งออกข้าวแทนประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกกาแฟอันดับ 1 ของโลก  การเติบโตในอัตราส่วนที่สูงต่อเนื่องกันหลายปีส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลชนในประเทศเติบโตต่อเนื่อง ประมาณ 1,500 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี และตั้งเป้าปี 2028 จะมีรายได้ประชากรต่อหัว 2,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ยังห่างไทยที่มีรายได้ประชากรต่อคนต่อปี 5,500 ดอลลาร์ แต่ไทยติดกับดักประเทศรายได้ระดับกลางมายาวนานหลายปี ไม่สามารถก้าวถึง 10,000 ดอลลาร์ได้ซักที  แม้จะพูดเรื่องนี้กันมาตั้งแต่สมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ ก็ตาม ในขณะที่ เกาหลี ไต้หวัน ได้ก้าวผ่านเราไปนานแล้ว ส่วนจีนเพิ่งแซงไทยไปเป็นที่เรียบร้อย 
เวียดนามตั้งเป้าการพัฒนาประเทศตามแบบของสิงคโปร์ มีความกระตือรือร้นที่จะขยายช่องทางการค้าการลงทุน โดยได้เข้าสู่การค้าเสรีไปแล้ว 2 กลุ่ม คือ TPP กลุ่มเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก 12 ประเทศ ที่มีสหรัฐฯเป็นหัวหอก และล่าสุดเพิ่งบรรลุข้อตกลงลงนามเปิดการค้าเสรีกับกลุ่มสหภาพยุโรป เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

เวียดนามได้เปรียบประเทศในหลายด้าน เนื่องจากมีการเมืองที่นิ่ง มีค่าแรงถูก การลงทุนถูกกว่า มีตลาดภายในมากกว่าไทย จากจำนวนพลเมืองเกือบ 100 ล้านคน แม้จะมีกำลังซื้อต่ำกว่าไทยก็ตาม แต่เป็นตลาดที่น่าสนใจ ทำให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตจากไทยไปเวียดนามกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ กลายเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้เวียดนามติดอันดับต้นๆ 

ในการส่งออกเวียดนามได้เปรียบไทยในการส่งออกไปยุโรปที่ยังได้สิทธิ์ GSP ไม่ต้องเสียภาษี ทำให้สินค้าราคาถูกกว่าไทย เมือเปิดการค้าเสรีแม้จะเริ่มในปี  2018 แต่ก็เป็นทิศทางให้นักลงทุนแห่เข้ามาลงทุนในเวียดนาม

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนธันวาคม 2558
 





บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 750 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 96 + 19 =
ความคิดเห็น :