Bookmark and Share

เปิดแล้ว “มัสยิดสเปน” “ร็อบบานีย์” สร้างภูมิปัญญา-ข้ามพ้นความขัดแย้ง


เปิดแล้วมัสยิดสเปน “โครงการโรงเรียนร็อบบานีย์” เป้าหมายสร้างเยาวชนมุสลิมคุณภาพ สอนหลักสูตรแบบโบราณ พร้อมอาหรับ-อุรดู วันที่ 28 พฤศจิกายน ได้มีพิธีเปิด “มัสยิดสเปน” บนเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา ตามโครงการโรงเรียนร็อบบานีย์เพื่อการท่องจำอัลกุรอ่านและปลูกปัญญาเยาวชน มีดร.อาณัส อมาตยกุล ที่มีประธานโครงการ โดยมีดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนและผู้มีเกียรติจำนวนมากไปร่วมพิธี

“การสร้างมัสยิดรูปทรงสเปน เพื่อให้เยาวชนมุสลิมได้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอิสลามในอดีต เป็นแบบอย่างที่จะก้าวเดิน
ต่อไป” ดร.อาณัส อมาตยกุล กล่าว

โครงการโรงเรียนร็อบบานีย์เพื่อการ
ท่องจำอัลกุรอ่านและปลูกปัญญาเยาวชนเป็นโรงเรียนที่เปิดให้เยาวชนมุสลิมที่จบระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ขึ้นเข้าศึกษาใน 2 โปรแกรม คือ 1. หลักสูตรการท่องจำอัลกุรอ่าน เพื่อการปกปักรักษาอัลกุรอ่านให้อยู่คู่กับประชาชาติอิสลาม และ 2.ศึกษาหลักสูตรศาสนาอิสลาม ภาษาอาหรับ และภาษาอูรดู ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้หลายร้อยล้านคนในอินเดียและปากีสถาน 

“การเรียนการสอน นำแนวทางการศึกษาแบบอิสลามโบราณมาประยุกต์กับความรู้สมัยใหม่เพื่อสร้างมุสลิมรุ่นใหม่มาสืบทอดศาสนาอิสลามต่อจากรุ่นของเรา” ดร.อาณัส กล่าว

สำหรับการศึกษาหลักสูตรอิสลามได้ออกแบบให้เปิดภูมิปัญญาเยาวชน นำของดีของหลักการศึกษาของมุสลิมมาประยุกต์กับการศึกษาสมัยใหม่ ซึ่งเด็กจะได้เรียนรู้ในภาพกว้างมากขึ้น นอกตำรา มีโอกาสพูดคุยถกเถียงกับครู และบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่แวะมาเยี่ยมเยือน เป็นคนที่เข้าใจอุดมการณ์ของโรงเรียนมาร่วมพูดคุยถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้เยาวชนได้รับทราบโดยเน้นให้เด็กรับฟังเป็นหลัก 

“2 หลักสูตรเป็นการนำพาเด็กออกจาก
ฟิตนะห์หรือความสับสนอลหม่านของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ โดยให้เห็นชีวิตที่เรียบง่าย โดยอาจไม่ได้ใช้ไฟฟ้าทุกวัน บางคืนอาจใช้ตะเกียงให้เด็กได้ปรับตัวกับชีวิตที่เป็นจริงที่ไม่ได้สะดวกสบายตลอดเวลา มีโอกาสในการทำงานบ้าง เช่นการปลูกผักส่วนครัว ควบคู่กับการเรียนหนังสือ” ดร.อาณัส กล่าว

โรงเรียนร็อบบานีย์เพื่อการท่องจำอัลกุร อ่านและปลูกปัญญาเยาวชน เป็นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้แบบใหม่ โดยการนำแนวทางการศึกษาแบบอิสลามดั้งเดิมเข้ากับการศึกษาแบบสร้างภูมิปัญญา สร้างวุฒิภาวะ และปลูกฝังชีวิตสมถะ ซึ่งเด็กจะมีความรอบรู้ในภาษาต่างประเทศ อาหรับ อูรดู มีภูมิปัญญา และมีวุฒิภาวะในการใช้ชีวิต ได้เรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นการสร้างพื้นที่แบบใหม่ แหวกแนว มีการประยุกต์การศึกษาแบบอิสลามดั้งเดิมกับแนวทางการศึกษาการสร้างภูมิปัญญาแบบมีวุฒิภาวะ และมีความสมถะเรียบง่าย มีทักษะต่างประเทศ คืออาหรับและอูรดู ที่ถือเป็นภาษาใหญ่ มีคนใช้หลายร้อยล้านคน ในอินเดียและปากีสถาน  
อีกหนึ่งเป้าหมายของโรงเรียน จะเป็นการนำพาเยาวชนและผู้ใหญ่ ออกจากวังวนแห่งความแตกแยก ความเกลียดชังในสังคมมุสลิม โดยจะนำผู้รู้จากมัรฮับต่างๆ มาถ่ายทอดความรู้ ทั้งฮานาฟี ชาฟีอี ชานาฟี และถ้าเป็นไปได้ หากมีอาสาสมัครจากแอฟริกาเหนือมาถ่ายทอดแนวทาง มาลิกี ก็ได้แต่คงเป็นไปได้ยากเพราะระยะทางไกล

“ให้มุสลิมที่เราปั้นขึ้นมามีความคุ้นเคยกับความมั่งคั่ง ความหลากหลายของประชาชาติที่แท้จริง และให้บรรดาผู้ใหญ่ที่เป็นคนใกล้ชิด คนรักใคร่ได้เห็นประชาชาติที่แท้จริง ที่มีมัรฮับที่หลากหลาย โรงเรียนเราก้าวข้ามการแบ่งแยก” ดร.อณัส กล่าว 

โรงเรียนร็อบบานีย์เพื่อการท่องจำอัลกุรอ่าน และปลูกปัญญาเยาวชนเป็นลักษณะของโรงเรียนประจำ มีนักเรียนเรียนและพักอยู่ในโรงเรียนหรือไปกลับสำหรับคนที่มีบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องอาหารที่พักฟรี ได้จำกัด ซึ่งผู้ปกครองหรือผู้มีจิตศรัทธามีส่วนร่วมสนับสนุนทางโรงเรียนบ้าง เป็นโรงเรียนที่จะเปิดให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม สามารถถือกระเป๋าเข้ามานอนกับนักเรียน เรียนรู้ร่วมกันในวันเสาร์ อาทิตย์ มาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมละหมาด 5 เวลา ละหมาดตะฮัรยุด 
แลกเปลี่ยนความรู้ โดยเด็กจะเรียนรู้จากผู้ใหญ่และให้สอบถามเป็นบางกรณี เป็นชมรมทางปัญญาที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 

“การเรียนของโรงเรียน เป็นการเรียนตามอัธยาศัย แต่จะสร้างภูมิความรู้ สติปัญญาและวุฒิภาวะ เป็นการสร้างค่านิยมใหม่ของสังคมไทยที่ตอนนี้หลงใหลปริญญาขยะ แต่เราจะสร้างความรู้ที่แท้จริง ไม่หลงติดในปริญญา” ดร.อณัส กล่าว

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนธันวาคม 2558
บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 895 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 63 + 17 =
ความคิดเห็น :