Bookmark and Share

อาเจะห์ รวมพลขจัด วาฮาบี-ชีอะห์ สร้างอิสลามบริสุทธิ์

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มวลชนชาวอาเจะห์ได้เรียกระดมมวลชนเดินขบวนเพื่อขจัดความคิดนอกรีตทางศาสนา ประกอบด้วย วาฮาบี สาลาฟี ชีอะห์ คอมมิวนิสต์  เป็นต้น  เป้าหมายของกลุ่มต้องการให้ทางการอาเจะห์ออกคำสั่งห้ามกลุ่มเหล่านี้อยู่ในพื้นที่ โดยเห็นว่าการดำรงอยู่ของกลุ่มคนเหล่านั้นมีแต่จะสร้างความขัดแย้งและวิกฤติรอบใหม่ให้อาเจะห์ 



กลุ่มมวลชนนาม “อัซซุนนียะห์เดาละห์อาเจะห์” นัดชุมนุมเพื่อให้กดดันให้ผู้ปกครองระดับท้องถิ่นออกคำสั่งล้างทุกแนวคิดอื่นๆ ให้ออกจากอาเจะห์ โดยมีรองผู้ว่าการอาเจะห์ออกมาเจรจากับกลุ่มเคลื่อนไหว และได้เซ็นหนังสือ MOU จำนวน 12 ข้อ ตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม สาระสำคัญคือ ต้องการให้ประชาชนชาวอาเจะห์ทั้งหมดจะต้องปฏิบัติหลักศาสนาตามแนวคิดของสำนัก “ซาฟิอี” ซึ่งเป็นอูลามา สำนักซูฟี มาจากเปอร์เซีย ในราว ศตวรรษที่ 15 และให้ยุบสำนักคิดอื่นๆ ไม่ให้มีในอาเจะห์โดยเฉพาะกลุ่มวาฮาบี เพราะกลุ่มนี้มองว่าการดำรงอยู่ของกลุ่มนี้สร้างความขัดแย้ง ในสังคมเหมือนที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก กลุ่มนี้ต้องการให้กิจกรรมทางศาสนาจะต้องต้องได้รับการอนุมัติที่ประชุมสภาอูลามาของอาเจะห์ก่อนเสมอ 
ทั้งนี้ตามแนวคิดของมัรฮับชาฟีอี รักทั้งลูกหลานนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) และบรรดาเศาะหาบะห์ พวกเขาไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งจากความ คิดที่นำเข้ามาใหม่ในอาเจะห์และมองเห็นปัญหา ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ขณะที่สมัยซูการ์โน อินโดนีเชียได้เผชิญกับปัญหาคอมมิวนิสต์จะยึดประเทศจึงไม่ต้องการให้ดำรงอยู่เหมือนกัน 

ในอินโดนีเซียโดยรวมมีความอ่อนไหวมากกับการเคลื่อนไหวและดำรงอยู่ของวาฮาบี พวกเขามองว่า วาฮาบี คือ “พวกนอกรีต” ที่จะต้องกำจัดออกนอกพื้นที่ หากปล่อยให้อยู่ต่อไปก็รังแต่จะสร้างความแตกแยก และทำลายโครงสร้างทางวัฒนธรรมอันเข้มแข็งในพื้นที่ๆ ส่วนใหญ่เป็นสังคมรักสงบ

อาเจะห์เป็นพื้นที่ๆ น่าสนใจ ไม่ว่าในด้านประวัติศาสตร์และการดำรงอยู่ในปัจจุบัน ในอดีตอาเจะห์ได้รับการช่วยเหลือจากอาณาจักรอุสมานียะห์ (ออตโตมาน) ส่งกองทัพมาช่วยอาเจะห์ต่อต้านจักรวรรดนิยมอย่างเข้มแข็ง และอาเจะห์เป็นพื้นที่เดียวที่มีการต่อต้านจักรวรรดิ์นิยมหนักที่สุด ที่สำคัญอาเจะห์ ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ครองนครมักกะห์ เป็นจังหวัดเดียวในโลกที่มีทรัพย์สินนับร้อยล้านอยู่ในนครมักกะห์ และได้รับการปกป้องจนถึงทุกวันนี้ คนอาเจาะห์ที่ไปทำฮัจย์จะได้รับการจัดสรรเงินช่วยเหลือตามที่มีการวากั๊ฟไว้ ความเคลื่อนไหวของอาเจะห์จึงน่าสนใจติดตาม 
ความบริสุทธิ์ของอิสลามที่คนอาเจะห์ต้องการ ไม่ใช่แนวทางของวาฮาบีที่พยายามสร้างว่าเป็นแนวทางบริสุทธิ์ แต่ชาวอาเจะห์มองว่าเป็นกลุ่มที่สร้างความขัดแย้ง แต่อิสลามบริสุทธิ์ของอาเจาะห์ คือ แนวทางดั้งเดิมของสำนักคิดชาฟีอี ที่มีไม่แนวทางอื่นเข้ามาเจือปน  การที่กลุ่มวาฮาบีอ้างว่าสลาฟี (ในแบบของตนเอง) คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดนั้น ชาวอาเจาะห์มองว่าเป็นปัญหาและเป็นต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ชาวอาเจะห์ลุกขึ้นขับไล่คนกลุ่มนี้
จะเห็นได้ว่าในอินโดฯ ไม่ค่อยจะได้ยินนักที่จะมีคนอ้างตนเองว่า เป็นสายซุนนะห์ อาจเป็นเพราะมุสลิมโดยส่วนใหญ่จะมีสังกัดของตนเอง มากที่สุดก็กลุ่มที่สังกัด NU หรือกลุ่มอนุรักษ์นิยม) รองลงไปเป็นกลุ่มมูฮัมมาดียะห์  หรือกลุ่มที่ค่อนไปทางปฏิรูป และยังมีกลุ่มอื่นๆ เช่น ฮิซบุสตะห์ริร หรือกลุ่มที่เรียกร้องสู่คอลีฟะห์) ฯลฯ เป็นต้น ซุนนะห์จะเป็นสิ่งแปลกปลอมในอาเจาะห์ 

ไม่เพียงอาเจะห์เท่านั้นที่มีความเคลื่อนไหวจำกัดการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาของกลุ่มที่ไม่ใช่สายซุนหนี่ดั้งเดิม อย่างวาบีและชีอะห์ ก่อนหน้านี้มาเลเซียเองได้ออกกฎหมาย ห้ามการดำเนินการทางศาสนาของกลุ่มชีอะห์ และวาฮาบี เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในประเทศ ไม่ต้องการให้มีหลายกลุ่มที่จะนำไปสู่ความ
ขัดแย้งในสังคม 

หมายเหตุ : จากนิตยสาร MTODAY ฉบับประจำเดือนตุลาคม 2558


บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 926 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 95 + 77 =
ความคิดเห็น :