Bookmark and Share

หยุด!!! "ทุนปาทังก้า"??? หยุด"มินิมาร์ท"ฆ่าคนไทย?????


สำนักข่าวทีนิวส์ โดยวันเฉลิม จันทรากุล ได้เขียนบทความลงในเวบไซด์ วิพากษ์วิจารณ์ การทำธุรกิจของซีพีเหมือน ตั๊กแตนปาทังก้า

บทความระบุว่า ครึกโครม สำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ "เจ้าตลาดมินิมาร์ท"รายใหญ่  ที่รุกแย่งทำ "ธุรกิจรากหญ้า"  จนแทบจะทำให้ "ชาวบ้านร้านตลาด"ใกล้หมดสิ้นช่องทางทำมาหากินเพื่อ"ประทังชีวิต"???

กระทั่งล่าสุด"ผู้คน" เริ่มหมดความอดทนและได้มีการรณรงค์ให้ "หยุดซื้อสินค้า"หรือใช้บริการจากร้านแห่งนี้???

ก็ไม่แน่อาจจะลุกลามเป็นความรุนแรงในอนาคตก็เป็นได้....เพราะ "คนไทย" นั้น ถ้าเกิดไม่ยอมขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก้อ"ลุยกันพังกันไปข้างหนึ่ง"

จริงๆ ตัวอย่างมีอยู่แล้ว  อย่างกรณีในช่วงการชุมนุมของประชาชนในช่วงปี 2549 ซึ่งได้มีการรณรงค์ ไม่ซื้อสินค้าของบริษัท ห้างร้าน ที่เชื่อว่าสนับสนุน"ระบอบทักษิณ"???

หรือ กรณี "ศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย" ได้รณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นเมื่อ พ.ศ. 2515-2516   โดยเฉพาะช่วงวันที่ 20-30 พฤศจิกายน 2515 เป็น "สัปดาห์ไม่ซื้อสินค้าญี่ปุ่น"    พร้อมจัดให้มี "พิธีเผาหุ่นพวกที่ร่วมมือกับพ่อค้าญี่ปุ่น" ที่สนามหลวงอันเป็นวันปิดท้ายของการรณรงค์ จนในที่สุด "บริษัทญี่ปุ่น" ต้องหันมาให้ความใส่ใจต่อคนไทย ด้วยการบริจาคเงินช่วยเหลือองค์กรต่างๆ เพื่อสร้างภาพพจน์หรือลดแรงต่อต้านมากขึ้น
นี่เป็นบทเรียนอย่างดี ซึ่งไม่รู้ "มินิมาร์ทยักษ์ใหญ่แห่งนี้" เคยศึกษาบทเรียนหรือไม่??? หรือว่ารู้แล้วเพียงแต่คิดว่า "คนไทย"ก็งั้นๆหรือเปล่า????

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น บางคนอาจจะเรียกว่า"ทุนสามานย์" ก็ว่ากันไป แต่ในทัศนะของผู้เขียนขอเรียกว่า "ทุนปาทังก้า"??
"ทุนปาทังก้า"คืออะไร???
ในโลกนี้"ทุน"มีอยู่ 2 ลักษณะคือ "ทุนแบบผึ้ง" คือ ทุนที่เป็นมิตรกับท้องถิ่นหรือคนในพื้นที่นั้น ลักษณะของทุนแบบนี้จะหาประโยชน์จากท้องถิ่นนั้นๆ แบบรักษาน้ำใจ แถมช่วยเหลือชุมชน จนคนในชุมชนนั้นๆ ให้ความรู้สึกที่ดี ไม่คิดว่า เป็นสิ่งแปลกปลอม
แต่ "ทุนปาทังก้า" มีลักษณะตรงกันข้าม อุปมาง่ายๆว่า เหมือน "ฝูงตั๊กแตนปาทังก้า" ถ้ามันบินไปลงที่ไหน ในไร่หรือในทุ่งนา พรึ่บเดียวไม่มีเหลือ มันจะกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เหลือให้ "เจ้าของไร่นา" ที่ลงทุนลงแรงไป ไว้เหลือกินเลย
ซึ่งคล้ายๆกับที่"ทุนมินิมาร์ท" ได้ทำอยู่ในตอนนี้ใช่หรือไม่????


 

ประเด็นอยู่ที่ว่า แล้วคนไทยจะแก้ปัญหาอย่างไร


 

ในเรื่องทำนองนี้คุยกันมานานแล้ว และ ได้มี "พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542"  เพื่อป้องกันปัญหาอย่างที่กล่าวข้างต้น โดยมีสาระหลักสรุปคร่าวๆห้ามผู้ประกอบธุรกิจทำใน 5 ประเด็นคือ

1.ห้ามชี้นำราคาหรือปริมาณในตลาด ใช้อำนาจเอาเปรียบผู้อื่น
2.ห้ามผูกขาดหรือลดการแข่งขัน
3.ห้ามตกลงที่จะไม่แข่งขันระหว่างกัน
4.ห้ามกีดกันโอกาสผู้บริโภคในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
5. ห้ามทำการใดๆที่หวังไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาแข่งขันหรือออกไปจากตลาด


 

นี่คือ กฎหมายที่มีอยู่แล้ว  แต่ยังไม่สามารถนำไปบังคับได้อย่างจริงจัง ซึ่งมีปัญหามาจากความไม่จริงจังของเจ้าหน้าที่รัฐ  และอิทธิพลของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่มีเส้นสายกลุ่มการเมือง จนไม่สามารถดำเนินการเอาผิดได้

เมื่อเป็นอย่างนี้การพึ่งตัวเองด้วยวิธี  "อารยะขัดขืน" (civil disobedience) จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดใช่หรือไม่????

บทความนี้ถูกอ่านไปแล้ว 696 ครั้ง
Hot News ประจำเดือน
ข่าวยอดนิยม 5 อันดับ

ฝากความคิดเห็น
ชื่อ * :
อีเมล์ * :
รหัสยืนยัน * : 66 + 35 =
ความคิดเห็น :